สงกรานต์สังขละบุรี

Home/สงกรานต์สังขละบุรี

Download รายการ สงกรานต์สังขละบุรี

ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์สังขละบุรี ประเพณีชาติพันธุ์ไทยกระเหรี่ยงรามัญ

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นอันเกิดจากแรงศรัทธาของชาวชุมชน

วันที่ 14-16 เมษายน 2561

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย(สธทท.)

ขอนำท่านเดินทางท่องเที่ยว เสริมสร้างประสบการณ์ สืบสานวัฒนธรรม

สัมผัสกับความงามทางธรรมชาติแห่งแดนตะวันตกเมืองที่ได้ชื่อว่า

แคว้นโบราณ  ด่านเจดีย์  มณีเมืองกาญจน์  สะพานข้ามแม่น้ำแคว  แหล่งแร่  น้ำตก

ดินแดนแห่งวัฒนธรรมสามเชื้อชาติ สะพานไม้ ด่านเจดีย์ นทีสามประสบ มรดกทุ่งใหญ่ ไทย กระเหรี่ยง รามัญ

สารพันธรรมชาติ อภิวาทหลวงพ่ออุตตมะ เมืองสังขละชายแดน สุดแคว้นตะวันตก

สิ่งที่ได้รับจากการเดินทาง

  • สักการะสังขารของหลวงพ่ออุตตะมะ
  • ตักบาตรวัฒนธรรมรามัญ
  • ร่วมประเพณีสรงน้ำพระ
  • ชม เมืองพญาตองซู(วัดเสาร้อยต้น วัดเจดีย์ทอง วัดตองไว ตลาดพญาตองซู)
  • สักการะพระธาตุอินแขวนจำลอง และพระทันใจ
  • นั่งเรือชมเมืองบาดาล สัมผัสสะพานไม้
  • สนุกสนานกับงานเลี้ยงและของรางวัลมากมาย
  • ฯลฯ อีกมากมาย

กำหนดการเดินทาง

  1. วันเสาร์ที่ 14 เมษายน 2561 กรุงเทพฯ วัดวังวิเวการาม ประเพณีสรงน้ำพระ สังขละบุรี                          (B/L/D)

 

 

05.00 น.          คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ศูนย์การค้าสวนลุมไนท์บาร์ซ่า (สีแยกรัชดา-ลาดพร้าว)  โดยมีเจ้าหน้าที่จากสมาคมฯคอยให้การต้อนรับ และลงทะเบียนพร้อมรับอาหารมื้อเช้า(1) แบบปิดนิค

05.30 น.          คณะผู้เดินทางเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อประชุมรับทราบข้อปฏิบัติในการเดินทาง

06.00 น.          ออกเดินทางสู่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ระหว่างทางหยุดทำภาระกิจ ณ สถานีบริการน้ำมัน

12.00 น.          รับประทานอาหารมื้อกลางวัน(2) ณ ร้านอาหารแห่งแรกของอำเภอสังขละบุรี

13.00 น.          นำคณะสู่ วัดวังก์วิเวการาม วัดก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า เป็นวัดที่สร้างแทนวัดเดิมซึ่งถูกน้ำท่วม จากการสร้างเขื่อนเขาแหลม วัดนี้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอำเภอสังขละบุรี ศาลาหลวงพ่ออุตตะมะ

ซึ่งภายในเป็นปราสาท 9 ยอดศิลปของไทยรามัญที่สวยงาม ซึ่งได้เก็บบรรจุสังขารของหลวงพ่ออุตตะมะอยู่ภายใน

วิหารพระหินอ่อน ซึ่งภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่ ปางมารวิชัย ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อขาว” เป็นพระประธานในวิหาร ทำจากหินอ่อนทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 9 ศอก น้ำหนัก 9 ตัน ศิลปะแบบ              ประยุกต์ หลวงพ่ออุตตมะให้ช่างมัณฑะเลย์แกะสลักเมื่อ พ.ศ. 2514 ใช้เวลา 1 ปี จึงแล้วเสร็จ โดยส่งภาพถ่ายพระพุทธชินราชเป็นตัวอย่าง ค่าจ้างเป็นทองคำหนัก 25 บาท หลังจากนั้นได้ใช้วลาอีกปีครึ่ง รอเวลาดำเนินการขนส่งผ่านเส้นทางทุรกันดาร ทั้งค่ายทหารพม่า และกะเหรี่ยง เพื่อมาประดิษฐานในเมืองไทย  และชม งาช้างแมมมอธที่มีความยาวกว่า 2 เมตร

 

หอระฆัง  รูปทรงศิลปแบบมอญ มีบันไดเดินขึ้นเพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบสังขละบุรี

เจดีย์พุทธคยาจำลอง เจดีย์แห่ง หลวงพ่ออุตตมะเป็นผู้คิดริเริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 โดยจำลองมาจากเจดีย์พุทธคยาประเทศอินเดีย งบประมาณจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคเป็นเงินสด ทองคำ และวัสดุ ใช้แรงงานคนมอญชาย – หญิง ในหมู่บ้านประมาณ 400 คน ปรับพื้นที่สำหรับก่อสร้าง และเผาอิฐมอญขนาด กว้าง 4 นิ้ว ยาง 8               นิ้ว หนา 3 นิ้ว จำนวน 260,000 ก้อน  พ.ศ. 2525 เริ่มสร้างเจดีย์เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง ยาง 42 เมตร สูง 59 เมตร เสาเหล็ก 4 ทิศ จำนวน 16 ต้น ในปี พ.ศ. 2532 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูก                นิ้วหัวแม่มือขวา 2 องค์ ขนาด เท่าเมล็ดข้าวสาร มีสีขาวใสอมเหลืองเป็นเงาบรรจุในผอบ 3 ชั้น ซึ่งหลวงพ่ออัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา และฉัตรทองคำหนัก 400 บาท ขึ้นไปประดิษฐานบนยอดเจดีย์ และบริเวณเจดีย์มีตลาดชุมชนของชาวมอญซึ่งจำหน่ายผลิตจำพวกเครื่องไม้ เครื่องประดับ ที่น่าสนใจมากมาย

15.00 น.          นำท่านสู่ วัดศรีสุวรรณ เพื่อเข้าร่วมประเพณีสงกรานต์ และการสรงน้ำพระผ่านรางกระบอกไม้ไผ่ที่นำมามัดรวมต่อกัน ไฮไลท์เด็ดคือผู้คนที่พร้อมใจกันนอนเรียงรายต่อๆ กันให้พระสงฆ์เดินเหยียบไปบนหลังด้วยแรงศรัทธา พระมหาสุชาติกล่าว และเล่าถึงที่มาของความเชื่อว่าการให้พระสงฆ์เหยียบหลังแล้วจะเกิดสิริมงคลว่ามาจากพุทธชาดกตอนหนึ่งที่พระพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นดาบส ชื่อสุเมธดาบส ในยุคของพระพุทธเจ้าทีปังกร สุเมธดาบสได้ลงนอนราบกับพื้นโคลนเลนให้พระพุทธเจ้าเดินเหยียบไปบนหลัง เพื่อไม่ให้เท้าของพระองค์ต้องเปื้อนโคลน พร้อมกับตั้งจิตปรารถนาอธิษฐานขอให้ตนสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง พระพุทธเจ้าทีปังกรก็พยากรณ์ไว้ว่า ในอนาคตข้างหน้าสี่อสงไขยกำไรแสนกัป เธอจะเป็นพระพุทธเจ้าชื่อว่าโคดม ดังนั้นจึงเกิดความเชื่อว่าการอุทิศตนให้พระสงฆ์เหยียบหลังจะเป็นมงคลแก่ตัวเอง

17.30 น.          คณะเข้าเช็คอิน ณ พรไพลินริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท  จากนั้นให้ท่านได้พักผ่อน

18.30 น.          รับประทานอาหารมื้อเย็น(3) ณ ห้องอาหารเรือนไพลิน ชมบรรยากาศ180องศา ของแม่น้ำซองกาเลียหรือในปัจจุบันคืออ่างเก็บน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ์ ด้านหน้าหมู่บ้านไทยรามัญ ด้านซ้ายเจดีย์พุทธคยาจำลองและด้านขาวสะพานอุตตมานุสรณ์  และเพลิดเพลินสนุกสนานกับการร้องคาราโอเกะ หรือจะไปสัมผัสกับถนนคนเดินของเมืองสังขละบุรี

22.00 น.       สมควรแก่เวลาพักผ่อนเพื่อท่องเที่ยวในวันรุ่งขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน 2561     ตักบาตรสะพานมอญ ด่านเจดีย์สามองค์ เมืองพญาตองซู รดน้ำดำหัว    

                                            เมืองบาดาล                                                                    (B/L/D)

05.30น.      คณะพร้อมกัน ณ หน้ารีสอร์ท และออกเดินทางสู่หมู่บ้านไทยรามัญ สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นกับการตักบาตรยามเช้าตามแบบไทย           รามัญ พร้อมกับการแต่งกายแบบท้องถิ่น  ให้ท่านได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตยามเช้าของชาวชุมชน และเดินชมสะพานอุตตมานุสรณ์                          หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “สะพานมอญ”  สะพานที่มีความยาวประมาณ 800 เมตร เป็นสะพานไม้ที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทย

07.00 น.       รับประทานอาหารมื้อเช้า(4) ณ ห้องอาหารรีสอร์ท

08.30 น.     ออกเดินทางสู่ ด่านเจดีย์สามองค์

09.00 น..      ด่านเจดีย์สามองค์   ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นด่านที่เชื่อมติดต่อระหว่างจังหวัดกาญจนบุรี           ของไทยกับเมืองพญาตองซูของพม่า เป็นเขตชายแดนทิศตะวันตกของไทย  บริเวณด่าน มีพระเจดีย์สามองค์ เดิมเรียกว่า หิน                                   สามกอง ลักษณะรูปทรงเจดีย์ในปัจจุบันเป็นศิลปะแบบมอญ-พม่า ที่สร้างขึ้นใหม่ในปีพ.ศ. 2432โดยพระศรีสุวรรณคีรี (ทะเจียง                        โปรย เสตะพันธ์) เจ้าเมืองสังขละบุรีร่วมกับราษฎรในพื้นที่ได้ร่วมกันก่อสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบ                   ยังมีร้านขายสินค้าต่างๆ จากประเทศพม่าและไทย เช่น เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ไม้ กล้วยไม้ ของที่ระลึก และอื่นๆ

จากนั้น        นำท่านเดินทางสู่ ประเทศพม่า(เมืองพญาตองซู) นำชม วัดเสาร้อยต้น เป็นวัดที่หลวงอุตตมะ ได้สร้างไว้ เมื่อครั้งที่ยังจำพรรษา           อยู่ที่เมืองพญาตองซู ภายในวัดมีจุดเด่นของสถาปัตยกรรมเสาที่ทำจากไม้แดงนับร้อยต้น และประติมากรรมจำลองเหตุการณ์ที่                        พระสัมมาสัมพุทธเจ้านำพระสาวกออกเดินบินฑบาตรโปรดเวไนยสัตว์

วัดเจดีย์ทอง หรือ วัดทองคำ ตั้งอยู่บนเนินเขา ไม่ห่างจากวัดเสาร้อยต้น องค์เจดีย์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สีทองอร่าม           ฐานทรง                สี่เหลี่ยมด้านบนเป็นรูปทรงระฆัง ลักษณะเจดีย์มีความคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองแห่งเมืองย่างกุ้ง และจากวัดสามารถชมเมืองพญา                ตองซูและฝั่งเมืองด่านเจดีย์สามองค์

วัดตองไว หรือวัดป่าภูผากำแพงศรีสยาม ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆเขตชานเมืองพญาตองซู วัดนี้สร้างขึ้นในปีไหนไม่มีหลักฐาน                บันทึกไว้ แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบวัดเป็นชาวลาวที่ได้มาตั้งถิ่นฐานในเมืองพญาตองซู เมื่อครั้งสงคราม ลักษณะของวัด     เป็นศิลปะแบบพม่า มีวิหารพระเจ้าทันใจและมีพระพุทธรูปศิลปพม่า  หลังพระเจดีย์มีรูปปั้นพระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่บนนาคมุจ           ลินทร์ และมีพระธาตุอินแขวนจำลองซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาด้านหลังวัด

ตลาดพญาตองซู  มีลักษณะเป็นตลาดสดท่านจะได้เห็นบรรยากาศของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองพญาตองซู ซึ่งภายใน                ตลาดมีสินค้าของพม่าจำหน่าย เช่น เสื้อผ้า โสร่งพม่า เครื่องประทินผิวพม่า เครื่องประดับ พลอย นิล หินสีต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ไม้         และของกินของใช้ที่น่าสนใจ  จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ประเทศไทยที่ด่านเจดีย์สามองค์

12.30 น.       รับประทานอาหารมื้อกลางวัน(5)แบบบุฟเฟต์ ณ Factory Outlet และให้ท่านได้ซื้อสินค้าแบนด์ดังที่ผลิตส่งออก

14.00 น.       นำท่านล่องเรือสู่วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ชม ทัศนียภาพของทะเลสาป สามประสบ ตื่นตาตื่นใจกับเมืองบาดาล              ในอดีตเป็น วัดวังก์วิเวการามเดิม ที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและมอญได้ร่วมก้นสร้างขึ้น เมื่อปีพ.ศ.                                   2496 ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบ                       กัน  และการตั้งวัด สร้างบ้าน สร้างเมืองในลักษณะของสามเหลี่ยมก้อนข้าว ต่อมาในปีพ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ                  ไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรี                          เก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี เหลือเพียงซากปรักหักพังของวัดและ                  อาคารบ้านเรือน จนกระทั่งปีพ.ศ. 2546 วัดวังก์วิเวการามเดิมได้ถูกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดเป็นเป็นหนึ่งในแหล่ง                                      ท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) ทำให้ปัจจุบันอุโบสถหลังเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “วัดใต้น้ำ”                             หรือ “เมืองบาดาล”

17.00 น.     ประเพณีรดน้ำดำหัว เทศกาลวันสงกรานต์  ประเพณีนี้เป็นประเพณีที่ แสดงถึงความเคารพนบน้อบต่อบิดามารดา           ผู้ใหญ่ หรือผู้                      มีพระคุณ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ของผู้น้อยและขอขมาลาโทษที่ผู้น้อยอาจเคยล่วงเกินผู้ใหญ่ อีกทั้งเป็นการขอ        พรเพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองตลอดไปตั้งแต่วันแรกของการเริ่มประ เพณีสงกรานต์ จนถึงวันสุดท้ายของสงกรานต์ เสร็จพิธี                     ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย

18.00 น.     ร่วมงานสังสรรค์ปาร์ตี้ พร้อมรับประทานอาหารมื้อค่ำ(6) ณ ห้องอาหารเรือนไพลิน ท่านจะได้ลิ้มรสอาหารประจำถิ่นที่แสนอร่อย            และความสนุกสนานของงานใน Theme Party ฉลองสงกรานต์ ย้อนวันวาน แผ่นดินรัชกาลที่ ๕”  พร้อมของรางวัล                         มากมาย อาทิ เช่น การแต่งกาย และเกมส์สนุกสนาน

  1. 00 น. สมควรแก่เวลาให้ทุกท่านพักผ่อนเพื่อร่วมกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2561      สังขละบุรี วัดท่าขนุน สะพานข้ามแม่น้ำแคว วัดสระลงเรือ กรุงเทพฯ  (B/L/-)

 

07.00 น.       มะเงยระอาว….สวัสดิ์ยามเช้า คณะรับประทานอาหารเช้า(7) ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท

08.00 น.       ออกเดินทางสู่ อำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี

10.00 น.       วัดท่าขนุน หรือที่ชาวทองผาภูมิรู้จักกันในนาม “วัดหลวงปู่สาย” สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2473 ปูชนียสถานสำคัญคือ พระอุโบสถคอนค           รีตเสริมเหล็ก พระพุทธเจติยคีรี สร้างจากศิลปะพม่า รวมทั้งพระเจดีย์ 80 พรรษา นำท่านกราบสักการะสังขารของหลวงปู่สาย ซึ่ง                     ไม่เน่าเปื่อยในโลงแก้ว ว่ากันว่าหากใครเดินทางมาทองผาภูมิ แล้วไม่มานมัสการหลวงพ่อสายที่วัดท่าขนุนก็เหมือนกับเดินทางมา                               ไม่ถึงทองผาภูมิ จากนั้น ออกเดินทางสู่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ระหว่างแวะพักสถานีบริการน้ำมัน

11.30 น.       คณะเดินทางถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว อนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำที่สร้างความเจ็บปวดและไม่มีวันลืมเลือน…             และเป็น                        สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จัก จนทำให้สะพานแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยงจังหวัดกาญจนบุรี ให้ท่านได้ชม          กับสิ่งก่อสร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ให้ท่านได้เที่ยวชม วิศวกรรมการก่อสร้างที่ทันสมัยที่สุดให้ยุดสงครามโลกครั้งที่2 พร้อม            อุดหนุนสิ้นค้าท้องถิ่น

12.30 น.       รับประทานอาหารมื้อกลางวัน(8) ณ  Floating Raft Restaurant แพอาหารโฟลทติ้ง ให้ท่านได้ลิ้มรสอาหารพร้อม             ชม                                 บรรยากาศของแม่น้ำแควน้อยช่วงของสะพาน จากนั้นออกเดินทางสู่ วัดสระลงเรือ

15.30 น.       เดินทางถึง วัดสระลงเรือ  ตั้งอยู่ใน ตำบลสระลงเรือ อำเภอห้วยกระเจา วัดแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง           มีอายุประมาณ 400 – 450 ปี วัดแห่งนี้มีจุดเด่นคือ เรือสุพรรณหงษ์จำลองที่ใหญ่ ที่สุดในโลกสร้างขึ้นในสระน้ำขนาดใหญ่ของวัด                       มีลักษณะ สวยงามวิจิตรตระการตา ซึ่งด้านในเรือ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้วัดสระลงเรือยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ หลวง                              พ่อใหญ่องค์ดำ รูปเหมือนของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมฺรํงสี) องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

16.30 น.     ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ

19.00 น.       คณะเดินทางถึง ศูนย์การค้าสวนลุมไนท์บาร์ซ่า (สีแยกรัชดา-ลาดพร้าว)  โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจและประสบการณ์            ของการเดินทาง

 

JJJJJ ท่องเที่ยวก้าวไกล ก้าวไปกับ สธทท. JJJJ

 

หมายเหตุ    ขอสงวนสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทางได้ตามความเหมาะสมโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้จะถือเอา     

                 ประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นที่สุด

 

รายละเอียดและเงื่อนไขการบริการ

 

อัตราค่าบริการ

การเดินทาง ราคาท่านละ พักเดี่ยว
รถส่วนตัว 2,999.-บาท 1,800.-บาท
รถตู้สมาคม(จอยกรุ๊ป) 8-9 ท่านต่อ 1 รถตู้ 3,999.-บาท 1,800.-บาท

 

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ค่ารถตู้นำเที่ยวตามกำหนดการเดินทาง (เฉพาะผู้ที่จองการเดินทางโดยจอยกรุ๊ป)
  • ค่าที่พัก ณ พรไพรินทร์ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท 2 คืน พักห้องละ 2-4 ท่าน
  • ค่าอาหารตามรายการ 8 มื้อ
  • ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวตามรายการ และค่าเอกสารผ่านแดน
  • ค่าประกันอุบัติเหตุกรณีเสียชีวิต 1,000,000.-
  • ค่ารักษาพยาบาล 500,000.-บาท
  • ค่ามัคคุเทศก์ และทีมงานผู้ช่วย

 

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่ายานพาหนะส่วนตัวในการเดินทางและน้ำมันเชื้อเพลิง (กรณีที่นำรถไปเอง)
  • ค่าอาหารสำหรับตักบาตร และชุดแต่งกาย
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ อาทิเช่น ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ เป็นต้น
  • ค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำโดยผู้เดินทาง / รวมถึงค่าซ่อมบำรุงยานพาหนะของท่านเอง
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

 

การสำรองที่นั่ง

                ชำระเงินเต็มจำนวน

 

กรุณาโอนเงินที่  

                ธนาคารไทยพาณิชย์  สาขา บิ๊กซี รัชดาภิเษก   ชื่อบัญชี น.ส.วัลย์ณัฐ บุญประเสริฐ

เลขที่ 401-684928-4